หงส์รัวสองเม็ดครึ่งหลังแซงพาเลซเข้าวิน

หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ประตูชัยท้ายเกมจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกชาวอียิปต์ พลิกเอาชนะ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ แบบหวุดหวิด 2-1 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เซลเฮิร์สท ปาร์ก วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
คริสตัล พาเลซ 1-2 ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขาด เอ็มเร ชาน มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ซาดิโอ มาเน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล่าตาข่าย รับมือ คริสตัล พาเลซ ที่มี คริสเตียน เบนเตเก, วิลฟรีด ซาฮา และ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เป็นความหวังแนวรุก

คริสตัล พาเลซ เน้นโจมตีด้วยบอลโด่ง นำไปสู่จุดโทษ นาที 12 ลอริส คาริอุส นายทวาร ออกมาตัดบอลช้ากว่า ชนกับ จอมเลื้อยชาว ไอวอรี โคสต์ ที่กระดกบอลข้ามไปแล้วล้มลง ลูกา มิลิโวเยวิช กัปตันทีม ยิงเรียดเสียบมุมด้านซ้าย ขึ้นนำ 1-0 ลิเวอร์พูล เร่งบุกหวังทวงคืน นาที 44 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดเตะมุมฝั่งขวามาเสาแรกให้ ซาดิโอ มาเน สะบัดติดปลายมือ เวย์น เฮนเนสซีย์ นายทวาร

สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ กดดันต่อเนื่อง นาที 49 เจมส์ มิลเนอร์ แตะหลบ อารอน วาน-บิสซากา จ่ายเรียดจากกราบซ้ายให้ ซาดิโอ มาเน ยิงจ่อๆ ตีเสมอ 1-1 “ปราสาทเรือนแก้ว” ตั้งหลักได้เร็ว และน่าบวกเพิ่มแบบสุดๆ นาที 58 มิลเนอร์ จ่ายบอลเสียตรงกลาง กระดอนไปถึง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ โหม่งตั้งให้ คริสเตียน เบนเตเก แปย้อยๆ ข้าม ลอริส คาริอุส หลุดกรอบนิดเดียว ถัดมานาที 59 ทาวน์เซนด์ ฉกบอลจาก เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก หลุดทางขวา ไหลใส่พานให้ เบนเตเก ยิงเหินข้ามคาน

เกมอึดอัดอยู่นาน “หงส์แดง” กลับมาลุยแหลกช่วงท้ายจนความพยายามสัมฤทธิ์ผล นาที 84 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ตัวสำรอง กระชากขึ้นกราบขวา ตักโด่งไปเสาสอง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตบเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดึงหลอก มามาดู ซาโก หลังแทบหัก ตะบันด้วยขวาระยะเผาขน พลิกนำ 2-1 จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 66 แต้ม จาก 32 นัด แซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นอันดับ 2 ชั่วคราว ขณะที่ พาเลซ มี 30 แต้ม เท่าเดิม ห่างโซนตกชั้น 2 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซีย์ , มามาดู ซาโก , มาร์ติน เคลลี , แพทริค ฟาน อานโฮลท์ , อารอน วาน-บิสซากา , ลูกา มิลิโวเยวิช , โยฮัน กาบาย , เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ , คริสเตียน เบนเตเก , วิลฟรีด ซาฮา , แอนดรอส ทาวน์เซนด์

ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , โจเอล มาติป , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , เจมส์ มิลเนอร์ , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , โรแบร์โต เฟอร์มิโน , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อเล็กซิส ยิงปิดกล่องผีเปิดบ้านหลอนหงส์ขาว 2-0

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ เอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี แบบไร้ปัญหา 2-0 ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 สวอนซี ซิตี

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไว้วางใจ พอล ป็อกบา ส่งคุมแดนกลางร่วมกับ เนมันยา มาติช พร้อมจัด โรเมลู ลูกากู ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด และ อเล็กซิส ซานเชซ ล่าตาข่าย รับมือ สวอนซี ซิตี ที่ต้องการคะแนน เพื่ออยู่รอดบนลีกสูงสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เวลาแค่ 5 นาที ขึ้นนำ 1-0 เจสซี ลินการ์ด แทงเจาะเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อเล็กซิส ซานเชซ ไหลเข้ากลาง โรเมลู ลูกากู สับไกด้วยซ้ายแฉลบ อัลฟี มอว์สัน ตุงตาข่าย นับเป็นประตูที่ 100 นับเฉพาะเกมลีก รวมสมัยรับใช้ เชลซี, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และ เอฟเวอร์ตัน สกอร์เกือบไหลนาที 11 ลินการ์ด ชิ่งเร็วออกขวาให้ ลูกากู กดเรียดเล็งเสาไกล ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร ปัดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง 2-0 นาที 20 เจสซี ลินการ์ด จ่ายทะลุตรงกลาง อเล็กซิส แปเรียดหนีมือ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร เสียบมุมด้านซ้าย เกมนี้ต้องบอกว่า ลินการ์ด โดดเด่นสุดๆ ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง เกือบมีชื่อบน สกอร์ชีต นาที 31 รับบอลตอกส้นจาก โรเมลู ลูกากู กระชากแหวก 3 ด่าน แล้วตะบันด้วยขวานอกเขต หลุดกรอบนิดเดียว

สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ยุโรป 3 สมัย หวิดบวกเพิ่ม 2 ครั้ง เริ่มจากนาที 55 ฆวน มาตา ตักโด่งจากกราบขวาลึกมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู โหม่งชงให้ อเล็กซิส ซานเชซ สะบัดจ่อๆ ข้ามคาน ต่อมานาที 57 พอล ป็อกบา หยอดมาที่ว่างตรงเขตโทษฝั่งขวาให้ มาตา กลับตัว 360 องศา วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัดโด่งเกินไป

สวอนซี ซิตี น่าตีไข่แตกแบบสุดๆ นาที 60 มาร์ติน โอลส์สัน เปิดโค้งๆ จากริมเส้นด้านซ้ายให้ แทมมี อบราฮัม ตัวสำรอง ยิงตามน้ำด้วยซ้าย ดาบิด เด เคอา นายทวาร ปัดออกหลัง เข้าสู่นาที 78 “ปิศาจแดง” หวิดตอกฝาโลง พอล ป็อกบา วางบอลยาวจากซ้ายมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู พักอกแล้วแปยัดด้วยซ้าย ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี ทิ้งตัวบล็อกไว้ได้

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 68 แต้ม จาก 31 นัด แซง ลิเวอร์พูล กลับขึ้นอันดับ 2 แต่ลงสนามน้อยกว่า ขณะที่ สวอนซีฯ มี 31 แต้ม เท่าเดิม จาก 31 นัด อยู่อันดับ 14 ห่างโซนตกชั้น 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , วิคเตอร์ ลินเดลอฟ , คริส สมอลลิง , แอชลีย์ ยัง , เนมันยา มาติช , พอล ป็อกบา , ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด , อเล็กซิส ซานเชซ , โรเมลู ลูกากู

สวอนซี ซิตี : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี , ไมค์ ฟาน เดอร์ ฮูร์น , เฟเดริโก เฟร์นานเดซ , อัลฟี มอว์สัน , ไคล์ นอฟตัน , แอนดี คิง , คี ซุง ยอง , ซามูเอล คลูคัส , มาร์ติน โอลส์สัน , นาธาน ดายเออร์ , อังเดร อายิว

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18 ประจำวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม
วัตฟอร์ด 2-2 บอร์นมัธ
[1-0 กิโก เฟเมเนีย น.13 , 1-1 โจชัว คิง (จุดโทษ) น.43 , 2-1 โรแบร์โต เปเรย์รา น.49 , 2-2 เจอร์เมน เดโฟ น.90+2]

เวสต์บรอมฯ 1-2 เบิร์นลีย์
[0-1 แอชลีย์ บาร์นส น.22 , 0-2 คริส วูด น.73 , 1-2 ซาโลมอน รอนดอน น.83]

นิวคาสเซิลฯ 1-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ
[1-0 อโยซี เปเรซ น.80]

ไบรจ์ตันฯ 0-2 เลสเตอร์ ซิตี
[0-1 บิเซนเต อิบอร์รา น.83 , 0-2 เจมี วาร์ดี น.90+6]

เวสต์ แฮมฯ 3-0 เซาแธมป์ตัน
[1-0 เจา มาริโอ น.13 , 2-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.17 , 3-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.45+4]

เรือ บุกอัดทอฟฟี่ เกมหน้าลุ้นสยบผีพร้อมซิวแชมป์

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่อคว้าแชมป์ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เอาชนะ “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน แบบไร้ปัญหา 3-1 จากประตูของ เลรอย ซาเน, กาเบรียล เฆซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่สนาม กูดิสัน ปาร์ก คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
เอฟเวอร์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ขาด เซร์คิโอ อกูเอโร ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง , กาเบรียล เฆซุส และ เลรอย ซาเน ล่าตาข่าย เอฟเวอร์ตัน ที่มี เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี และ ธีโอ วัลคอตต์ เป็นทีเด็ดแนวรุก

แมนเชสเตอร์ ซิตี ใช้เวลาแค่ 4 นาที ขึ้นนำ 1-0 เอย์เมอริค ลาปอร์ต ไหลมาสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ ดาบิด ซิลบา ตักโด่งลึกถึงเสาสอง เลรอย ซาเน วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัด ตาข่ายแทบขาด สกอร์ไหลเป็น 2-0 นาที 12 ซาเน กระดกมาที่ว่างด้านขวา เควิน เดอ บรอยน์ ตวัดใส่พานให้ กาเบรียล เฆซุส โขกจ่อๆ

เอฟเวอร์ตัน ได้เสียวเล็กน้อย นาที 19 เลจ์ตัน เบนส์ ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายข้างถนัด บอลโค้งข้ามกำแพงหลุดกรอบนิดเดียว เข้าสู่นาที 37 ซิตี ขยับหนีเป็น 3-0 ดาบิด ซิลบา จ่ายเรียดจากซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แปย้อนศรเสียบมุม

สู้กันต่อครึ่งหลัง “เดอะ ซิตีเซ็นส์” คุมเกมอยู่หมัด หวิดบวกเพิ่มนาที 56 แฟร์นันดินโญ ตะบันด้วยขวา ระยะประมาณ 30 หลา แฉลบเปลี่ยนทาง จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร หลงไปแล้ว แต่ยังทิ้งตัวปัดไว้ทัน เข้าสู่นาที 63 ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ จุดประกายความหวัง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ไหลออกซ้ายให้ ยานนิค โบลาซี โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ สับไกนอกเขตเช็ดโคนเสาแรก ไล่มาเป็น 1-3 จากนั้นก็แทบไม่มีช็อตหวาดเสียวเกิดขึ้น

จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 84 แต้ม จาก 31 นัด ต้องการชัยชนะเกมถัดไป พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริร่วมเมือง ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม วันที่ 7 เมษายน ก็จะฉลองแชมป์ทันที ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มี 40 แต้ม เท่าเดิม จาก 32 นัด รั้งอันดับ 9

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด , ฟิล จากิลกา , ไมเคิล คีน , เลจ์ตัน เบนส์ , ซีมุส โคลแมน , โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน , มอร์แกน ชไนเดอร์แลง , เวย์น รูนีย์ , เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี , ธีโอ วัลคอตต์

แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , แว็งซองต์ กอมปานี , เอย์เมอริค ลาปอร์ต , นิโคลัส โอตาเมนดี , ดาบิด ซิลบา , แฟร์นันดินโญ , เควิน เดอ บรอยน์ , เลรอย ซาเน , ไคล์ วอล์คเกอร์ , กาเบรียล เฆซุส , ราฮีม สเตอร์ลิง

ซัวเรซ ควง เมสซี่ ซัดพาบาร์ซ่าตามเจ๊าเซบีญ่า หืดจับ

บาร์เซโลนา จ่าฝูง รอดพ้นความปราชัยนัดแรก ศึก ลา ลีกา สเปน หลุยส์ ซัวเรซ กับ ลิโอเนล เมสซี พังประตูท้ายเกม ตีเสมอ เซบีญา แบบตื่นเต้นเร้าใจ 2-2 ที่สนาม รามอน ซานเชซ ปิซฆวน คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

ลา ลีกา สเปน 2017-18
เซบีญา 2-2 บาร์เซโลนา

เออร์เนสโต บัลเบร์เด เทรนเนอร์ บาร์เซโลนา ใส่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี แนวรุกอาร์เจนไตน์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ไว้บนม้านั่งสำรอง ส่ง หลุยส์ ซัวเรซ ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฟิลิปเป คูตินโญ และ อูสมาน เดมเบเล ล่าตาข่าย เซบีญา ที่มี หลุยส์ มูเรียล , โจอาควิน คอร์เรียอา และ เฆซุส นาบาส เป็นความหวังแดนหน้า

บาร์เซโลนา ทักทายน่ากลัวแค่ 9 นาที อูสมาน เดมเบเล ตักข้ามฟากไปเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ฆอร์ดี อัลบา แบ็กจอมบุก ตบเข้ากลาง หลุยส์ ซัวเรซ ยิงตามน้ำเฉี่ยวเสาไกล ต่อมานาที 21 เซบีญา น่าปลดล็อกแบบสุดๆ เฆซุส นาบาส ตักโค้งๆ จากสุดเส้นฝั่งขวาให้ โจอาควิน คอร์เรียอา โหม่งกดลงเฉี่ยวเสาไกล

เข้าสู่นาที 36 กองเชียร์ เจ้าถิ่้น ส่งเสียงเฮ โจอาควิน คอร์เรียอา จ่ายเรียดจากเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ฟรังโก วาซเกวซ ที่ยืนอยู่โล่งๆ ตวัดยิงด้วยซ้าย ขึ้นนำ 1-0 สู้กันต่อครึ่งหลัง ยักษ์ใหญ่แห่งคาตาลัน ตกที่นั่งลำบากนาที 50 เซร์คิโอ เอสคูเดโร ทะลุทางเขตโทษฝั่งซ้าย ยิงยัดมุมแคบติดเซฟ มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเกน นายทวาร ไม่พ้นอันตราย หลุยส์ มูเรียล ซ้ำดาบสอง ตามหลัง 0-2

ทีมของ วินเชนโซ มอนเตลลา ชวดตอกฝาโลง นาที 55 เฆซุส นาบาส หลุดเดี่ยวทางกราบขวา แต่เสียจังหวะวนหนี มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเกน ทำให้ยิงติด เกราร์ด ปิเก บนเส้น ตั้งให้ ฟรังโก วาซเกวซ อัดซ้ำไม่ตรงกรอบ แถมยังมีโอกาสบวกเพิ่มมากมายจากเกมสวนกลับ ซึ่งก็ยิงทิ้งยิงขว้างกันหมด

บดอยู่นาน “บาร์ซา” จุดประกายความหวัง นาที 88 เดนิส ซัวเรซ ตัวสำรอง เปิดเตะมุมฝั่งขวา บอลแฉลบเลยมาเสาสอง หลุยส์ ซัวเรซ ตวัดยิงด้วยขวาเสยเพดานตาข่าย ถัดมา 1 นาที ฟิลิปเป คูตินโญ หักเรียดจากเขตโทษฝั่งซ้ายย้อนมาแถวสอง ลิโอเนล เมสซี ปั่นด้วยซ้ายข้างถนัด ตีเสมอ 2-2 จบเกม บาร์เซโลนา เก็บเพิ่มเป็น 76 แต้ม จาก 30 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 แอตเลติโก มาดริด 12 แต้ม ขณะที่ เซบีญา มี 46 แต้ม รั้งอันดับ 6

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เซบีญา : เซร์คิโอ ริโก , เคลเมนต์ ลองเกลต์ , ไซมอน เคียร์ , เซร์คิโอ เอสคูเดโร , กาเบรียล เมอร์คาโด , ฟรังโก วาซเกวซ , เอแวร์ บาเนกา , สตีเวน เอ็น’ซองซี , หลุยส์ มูเรียล , โจอาควิน คอร์เรียอา , เฆซุส นาบาส

บาร์เซโลนา : มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเกน , ซามูเอล อุมติตี , เกราร์ด ปิเก , ฆอร์ดี อัลบา , เซร์กี โรแบร์โต , อิวาน ราคิติช , อันเดรส อิเนียสตา , เปาลินโญ , หลุยส์ ซัวเรซ , ฟิลิปเป คูตินโญ , อูสมาน เดมเบเล

ผลฟุตบอล ลา ลีกา สเปน 2017-18 ประจำวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม
กิโรนา 1-1 เลบานเต
[1-0 อเล็กซ์ กราเนลล์ น.54 , 1-1 โฆเซ หลุยส์ โมราเลส น.68]

แอธ.บิลเบา 1-1 เซลตา บิโก
[1-0 อูไน นูเญซ น.55 , 1-1 ไบรส์ เมนเดซ น.90+1]

ลาส พาลมัส 0-3 รีล มาดริด
[0-1 แกเร็ธ เบล น.26 , 0-2 คาริม เบนเซมา (จุดโทษ) น.39 , 0-3 แกเร็ธ เบล (จุดโทษ) น.51]

คล็อปป์ ชี้โชคช่วยทั้งๆที่รูปเกมห่วย

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ยอมรับลูกทีมเก็บ 3 คะแนนเต็ม ด้วยรูปเกมที่ห่วย หลังเอาชนะ คริสตัล พาเลซ แบบหวุดหวิด 2-1 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เซลเฮิร์สท ปาร์ก วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกชาวอียิปต์ พังประตูชัยนาที 84 ซึ่งนับเป็นลูกที่ 37 รวมทุกรายการ ปิดฉากการคัมแบ็ก หลัง ลูกา มิลิโวเยวิช มิดฟิลด์ชาวเซิร์บ สังหารจุดโทษ ตั้งแต่นาที 13 ก่อนหน้า ซาดิโอ มาเน กองหน้า เซเนกัล ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงต้นครึ่งหลัง

ทำให้ “หงส์แดง” ขยับหนีอันดับ 5 เชลซี ซึ่งจะมีโปรแกรม “ลอนดอน ดาร์บี แมตช์” พบ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ รองแชมป์เก่า วันรุ่งขึ้น (1 เม.ย.) เป็น 10 แต้ม ก่อนฟาดแข้งเกม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เลก 1 กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี คืนวันพุธที่ 4 เม.ย.

อดีตเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าว “ผมยินดีเหลือเกินที่เรากลับมาได้ ผมคิดว่าเราสมควรกับ 3 คะแนน จริงอยู่ ลอริส (คาริอุส) ต้องออกแรงเซฟ 2-3 ครั้ง แต่ผมก็คิดว่า คริสตัล พาเลซ มีจังหวะโชคช่วยอยู่บ้างที่ไม่เสียประตู”

“ผมคิดว่าตอนบอลทะลุกองหลัง แล้วคุณเห็น โม (ซาลาห์) อยู่ตรงนั้น มันเป็นความรู้สึกที่โล่งอก มันเป็นการจบสกอร์ที่เยือกเย็นมาก ผมพอใจกับปฏิกิริยาของลูกทีมหลังพักครึ่ง บางทีมันอาจเป็น 3 แต้มแบบน่าเกลียด แต่มันก็มีความหมายมาก”

ทั้งนี้ บิ๊กบอสชาวเยอรมัน ยังโดดป้อง มาเน กรณีพุ่งล้มหวังจุดโทษครึ่งแรก เป็นเหตุให้ได้รับใบเหลือง แถมยังโชคดีที่ไม่โดนไล่ออก ข้อหาเจตนาแฮนด์บอล

“ตามความเห็นของผม มันเป็นจุดโทษชัดเจน ยิ่งเห็นภาพรีเพลย์ก็ยิ่งมั่นใจ เขาทิ้งตัวช้าเกินไปหน่อย แต่ก็มีการสัมผัสเกิดขึ้น แต่ครึ่งหลัง ผมคิดว่า ซาดิโอ ถูกทำฟาวล์ แล้วเขาก็ใช้มือคว้าบอล มันเกิดความสับสนเล็กน้อย แน่นอนว่าเราโชคดีเหลือเกิน”

โอบาเหมาสองยิงหม้อแตก 3 – 0

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ได้ประตูจาก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง และ อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ เอาชนะ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี ขาดลอย 3-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
อาร์เซนอล 3-0 สโต๊ก ซิตี

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล ดร็อป เฮนริกห์ มคิทาร์ยาน นั่งสำรอง ส่ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เมซุต โอซิล , แดนนี เวลเบ็ค และ อารอน แรมซีย์ ล่าตาข่าย สโต๊ก ซิตี ที่ต้องการคะแนน เพื่ออยู่รอด

สโต๊ก ซิตี ทักทายน่ากลัวแค่ 4 นาที เซอร์ดาน ชาคิรี ปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดหลุดกรอบนิดเดียว อาร์เซนอล เน้นเคาะบอลง่ายๆ แต่หาช่องเจาะลำบาก ต้องฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ แจ็ค บัตแลนด์ นายทวาร นาที 23 ชกบอลไม่ขาด อารอน แรมซีย์ กระดกมุมแคบ ย้อยตกบนคาน

สู้กันต่อครึ่งหลัง “เดอะ พ็อตเตอร์ส” ตั้งรับกันเหนียวแน่น และน่าปลดล็อกแบบสุดๆ นาที 69 เซอร์ดาน ชาคิรี เปิดเตะมุมฝั่งขวาแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน โค้งข้าม ดาบิด ออสปินา นายทวาร ชนเสาสอง จากนั้น “เดอะ กันเนอร์ส” ตอบโต้ทันควัน นาที 71 เมซุต โอซิล แทงทะลุทางซ้ายให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หลุดเดี่ยว ดีดติดบล็อก แจ็ค บัตแลนด์

บดอยู่นาน ทีมจากย่านลอนดอนเหนือ ได้จุดโทษนาที 74 เมซุต โอซิล เลื้อยเจาะเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วถูก บรูโน มาร์ตินส์ อินดี แหย่ขาสกัดด้านหลังล้มลง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง แปเรียดเสียบมุมด้านขวา ขึ้นนำ 1-0 ทีมเยือน ชวดตีเสมอนาที 83 ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งตั้งให้ บาดู เอ็นดิอาย บรรจงปั่นด้วยขวานอกเขต เฉี่ยวเสาด้านขวา

เข้าสู่นาที 86 “ปืนใหญ่” ตอกฝาโลงสนิท เมซุต โอซิล เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ทิ้งตัววอลเลย์ด้วยขวาซุกก้นตาข่าย ทิ้งห่าง 2-0 สกอร์ไหลนาที 88 อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ ถูก บาดู เอ็นดิอาย กระแทกด้านหลังล้มลง ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษ แล้วลุกมาสังหารเอง ย้ำชัย 3-0

จบเกม อาร์เซนอล เก็บเพิ่มเป็น 51 แต้ม จาก 31 นัด ห่างอันดับ 4 ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ คู่ปรับร่วมเมือง 10 แต้ม แต่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด ขณะที่ สโต๊กฯ มี 27 แต้ม จาก 32 นัด อยู่อันดับ 19 ห่างโซนปลอดภัย 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
อาร์เซนอล : ดาบิด ออสปินา , ชโกดราน มุสตาฟี , คาลัม เชมเบอร์ส , นาโช มอนเรอัล , เฮคตอร์ เบลเลริน , เมซุต โอซิล , แจ็ค วิลเชียร์ , โมฮาเหม็ด เอลเนนี , ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง , แดนนี เวลเบ็ค , อารอน แรมซีย์

สโต๊ก ซิตี : แจ็ค บัตแลนด์ , บรูโน มาร์ตินส์ อินดี , ไรอัน ชอว์ครอสส์ , เอริก ปีเตอร์ส , เกล็น จอห์นสัน , เซอร์ดาน ชาคิรี , บาดู เอ็นดิอาย , โจ อัลเลน , มาเม ดิยุฟ , รามาดาน โซบี , โมริตซ์ เบาเออร์

อัลลี เหมาสอง พาไก่เดือยทองบุกจิกสิงห์บลูคาถ้ำ

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ไม่เกรงกลัวถูกปลด หลังพ่ายแก่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ อริร่วมเมือง 1-3 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ยืนยันขอสู้จนถึงเกมสุดท้าย ลุ้นติด 4 อันดับแรกของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18

“สิงโตน้ำเงินคราม” ส่อแววชวดฟาดแข้งศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า หลังปราชัยคาบ้านแก่ “ไก่เดือยทอง” ครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990 ด้วยลูกยิงไกลสุดสวยของ คริสเตียน อีริกเซน ตามตีเสมอ 1-1 ก่อนหน้า เดเล อัลลี มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษ บวกเพิ่มอีก 2 ประตู

ทำให้ ทีมจากย่านลอนดอนตะวันตก ถูกยืดช่องว่างห่างพื้นที่ท็อป 4 เป็น 8 แต้ม เหลือ 7 เกม ถึงแม้จะยังมีความหวังลุ้นแชมป์ เอฟเอ คัพ ซึ่งจะดวลกับ เซาแธมป์ตัน รอบรองชนะเลิศ ช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ก็อาจไม่เพียงพอเซฟเก้าอี้ บิ๊กบอสชาวอิตาเลียน ไว้ได้

อดีตเทรนเนอร์ ยูเวนตุส และ ทีมชาติอิตาลี กล่าว “บอกตามตรง ผมไม่กังวลเลย ผมคิดว่าตัวเอง และลูกทีมพยายามสุดความสามารถตลอด เราทำงานอย่างหนัก แต่สุดท้ายเราก็สมควรได้รับผลของซีซันนี้”

“ตอนนี้สถานการณ์มันลำบากมากที่จะผ่านควอลิฟายสู่ แชมเปียนส์ ลีก ซีซันหน้า แต่คุณต้องพยายามจนถึงเกมสุดท้าย เพื่อล่าโควตา แชมเปียนส์ ลีก และเก็บ 3 คะแนนทุกๆ นัด แล้วรอลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น” นายใหญ่วัย 48 ปี ทิ้งท้าย

คอนเต้ ใจนักสู้ไม่

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ไม่เกรงกลัวถูกปลด หลังพ่ายแก่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ อริร่วมเมือง 1-3 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ยืนยันขอสู้จนถึงเกมสุดท้าย ลุ้นติด 4 อันดับแรกของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18

“สิงโตน้ำเงินคราม” ส่อแววชวดฟาดแข้งศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า หลังปราชัยคาบ้านแก่ “ไก่เดือยทอง” ครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1990 ด้วยลูกยิงไกลสุดสวยของ คริสเตียน อีริกเซน ตามตีเสมอ 1-1 ก่อนหน้า เดเล อัลลี มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษ บวกเพิ่มอีก 2 ประตู

ทำให้ ทีมจากย่านลอนดอนตะวันตก ถูกยืดช่องว่างห่างพื้นที่ท็อป 4 เป็น 8 แต้ม เหลือ 7 เกม ถึงแม้จะยังมีความหวังลุ้นแชมป์ เอฟเอ คัพ ซึ่งจะดวลกับ เซาแธมป์ตัน รอบรองชนะเลิศ ช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ก็อาจไม่เพียงพอเซฟเก้าอี้ บิ๊กบอสชาวอิตาเลียน ไว้ได้

อดีตเทรนเนอร์ ยูเวนตุส และ ทีมชาติอิตาลี กล่าว “บอกตามตรง ผมไม่กังวลเลย ผมคิดว่าตัวเอง และลูกทีมพยายามสุดความสามารถตลอด เราทำงานอย่างหนัก แต่สุดท้ายเราก็สมควรได้รับผลของซีซันนี้”

“ตอนนี้สถานการณ์มันลำบากมากที่จะผ่านควอลิฟายสู่ แชมเปียนส์ ลีก ซีซันหน้า แต่คุณต้องพยายามจนถึงเกมสุดท้าย เพื่อล่าโควตา แชมเปียนส์ ลีก และเก็บ 3 คะแนนทุกๆ นัด แล้วรอลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น” นายใหญ่วัย 48 ปี ทิ้งท้าย

อัลลีฟอร์มแจ่มขนาดนี้ทวงตัวจริงสิงโตคำรามสบาย

เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เชื่อมั่นเลือดนักสู้ของ เดเล อัลลี มิดฟิลด์ตัวเก่ง จะเรียกความไว้วางใจกลับคืนจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ ทีมชาติอังกฤษ หลังเอาชนะ เชลซี อริร่วมกรุงลอนดอน 3-1 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน

อัลลี วัย 21 ปี ตอบโต้หลังถูกดร็อปเกมกระชับมิตรของ “สิงโตคำราม” ซึ่งเสมอกับ อิตาลี 1-1 วันที่ 27 มีนาคม เหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วย สเปอร์ส บุกเก็บ 3 แต้ม ถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1990

บิ๊กบอสชาวอาร์เจนไตน์ ยอมรับ อดีตนักเตะ เอ็มเค ดอนส์ กำลังเผชิญวิกฤติที่หลุดตัวจริงเกมระดับชาติ แต่ยืนยันไม่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของลูกทีม

อดีตนายใหญ่ เอสปันญอล และ เซาแธมป์ตัน กล่าว “เดเล ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ไม่ว่าจะได้ลงสนามหรือไม่ เขามีจิตใจแข็งแกร่ง หากเขาไม่ได้เล่นทีมชาติ เขาต้องเรียกความเชื่อมั่นของโค้ชกลับมา วิธีเดียวที่จะทำเช่นนั้น คือ ยิงประตู และโชว์ฟอร์มเหมือนวันนี้”ฃ

“นี่เป็นช่วงเวลายากลำบากสำหรับเขา แต่ผมไม่เคยคลางแคลงใจเขาเลยทั้งเรื่องฝีเท้า และสภาพจิตใจ เขาเป็นนักเตะเปี่ยมพรสวรรค์ และอายุยังน้อย บางครั้งเขาเสียสมาธิ หรือแบกความคาดหวังมากเกินไป เขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ต่อเรา เพราะเราเชื่อมั่นเขาเสมอ”

เวนเกอร์ ชม โอบาใจกว้างเป็นแม่น้ำเมินแฮตทริกให้เพื่อนยิงจุดโทษ

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล ชื่นชม ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวยิงชาวกาบอง ทิ้งโอกาสทำแฮตทริก ยอมให้ อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ สังหารจุดโทษท้ายเกม หลังเอาชนะ สโต๊ก ซิตี ขาดลอย 3-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน

โอบาเมยอง เหมา 2 ลูก ตั้งแต่นาที 75 และ 86 แต่ไม่แสดงอาการเห็นแก่ตัว หลีกทางแก่ อดีตนักเตะ โอลิมปิก ลียง สังหารประตูที่ 2 ตลอด 14 เกมล่าสุด

บิ๊กบอสชาวฝรั่งเศส กล่าว “ผมชอบการกระทำเช่นนั้น ผมคิดว่าศูนย์หน้าที่ใจกว้างหาได้ยากเหลือเกิน เมื่อคุณเห็นภาพแบบนั้น คุณย่อมมีความสุข เพราะคุณรู้ว่า มันจะทำให้บรรยากาศภายในทีมดีขึ้นเยอะ”

ขณะที่ หัวหอกดีกรีทีมชาติกาบอง ซึ่งทะลวงตาข่าย 5 ลูก นับเฉพาะลีกสูงสุด นับตั้งแต่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เดือนมกราคมที่ผ่านมา ยืนยันต้องการมอบหน้าที่แก่ ลากาแซตต์ ยิงจุดโทษย้ำชัย เพื่อเรียกความมั่นใจ

“แน่นอน ผมรู้ว่า ลากาแซตต์ เพิ่งหายจากการบาดเจ็บ ผมเองก็ยิง 2 ประตูแล้ว ดังนั้นผมก็ยอมปล่อยให้เขายิง ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย มันน่าจะส่งผลดีต่อความมั่นใจของเขา นั่นคือสาเหตุ” จอมถล่มประตูวัย 28 ปี ทิ้งท้าย