หงส์รัวสองเม็ดครึ่งหลังแซงพาเลซเข้าวิน

หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ประตูชัยท้ายเกมจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกชาวอียิปต์ พลิกเอาชนะ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ แบบหวุดหวิด 2-1 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เซลเฮิร์สท ปาร์ก วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
คริสตัล พาเลซ 1-2 ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขาด เอ็มเร ชาน มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ซาดิโอ มาเน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล่าตาข่าย รับมือ คริสตัล พาเลซ ที่มี คริสเตียน เบนเตเก, วิลฟรีด ซาฮา และ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เป็นความหวังแนวรุก

คริสตัล พาเลซ เน้นโจมตีด้วยบอลโด่ง นำไปสู่จุดโทษ นาที 12 ลอริส คาริอุส นายทวาร ออกมาตัดบอลช้ากว่า ชนกับ จอมเลื้อยชาว ไอวอรี โคสต์ ที่กระดกบอลข้ามไปแล้วล้มลง ลูกา มิลิโวเยวิช กัปตันทีม ยิงเรียดเสียบมุมด้านซ้าย ขึ้นนำ 1-0 ลิเวอร์พูล เร่งบุกหวังทวงคืน นาที 44 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดเตะมุมฝั่งขวามาเสาแรกให้ ซาดิโอ มาเน สะบัดติดปลายมือ เวย์น เฮนเนสซีย์ นายทวาร

สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ กดดันต่อเนื่อง นาที 49 เจมส์ มิลเนอร์ แตะหลบ อารอน วาน-บิสซากา จ่ายเรียดจากกราบซ้ายให้ ซาดิโอ มาเน ยิงจ่อๆ ตีเสมอ 1-1 “ปราสาทเรือนแก้ว” ตั้งหลักได้เร็ว และน่าบวกเพิ่มแบบสุดๆ นาที 58 มิลเนอร์ จ่ายบอลเสียตรงกลาง กระดอนไปถึง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ โหม่งตั้งให้ คริสเตียน เบนเตเก แปย้อยๆ ข้าม ลอริส คาริอุส หลุดกรอบนิดเดียว ถัดมานาที 59 ทาวน์เซนด์ ฉกบอลจาก เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก หลุดทางขวา ไหลใส่พานให้ เบนเตเก ยิงเหินข้ามคาน

เกมอึดอัดอยู่นาน “หงส์แดง” กลับมาลุยแหลกช่วงท้ายจนความพยายามสัมฤทธิ์ผล นาที 84 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ตัวสำรอง กระชากขึ้นกราบขวา ตักโด่งไปเสาสอง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตบเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดึงหลอก มามาดู ซาโก หลังแทบหัก ตะบันด้วยขวาระยะเผาขน พลิกนำ 2-1 จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 66 แต้ม จาก 32 นัด แซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นอันดับ 2 ชั่วคราว ขณะที่ พาเลซ มี 30 แต้ม เท่าเดิม ห่างโซนตกชั้น 2 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซีย์ , มามาดู ซาโก , มาร์ติน เคลลี , แพทริค ฟาน อานโฮลท์ , อารอน วาน-บิสซากา , ลูกา มิลิโวเยวิช , โยฮัน กาบาย , เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ , คริสเตียน เบนเตเก , วิลฟรีด ซาฮา , แอนดรอส ทาวน์เซนด์

ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , โจเอล มาติป , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , เจมส์ มิลเนอร์ , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , โรแบร์โต เฟอร์มิโน , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อเล็กซิส ยิงปิดกล่องผีเปิดบ้านหลอนหงส์ขาว 2-0

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ เอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี แบบไร้ปัญหา 2-0 ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 สวอนซี ซิตี

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไว้วางใจ พอล ป็อกบา ส่งคุมแดนกลางร่วมกับ เนมันยา มาติช พร้อมจัด โรเมลู ลูกากู ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด และ อเล็กซิส ซานเชซ ล่าตาข่าย รับมือ สวอนซี ซิตี ที่ต้องการคะแนน เพื่ออยู่รอดบนลีกสูงสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เวลาแค่ 5 นาที ขึ้นนำ 1-0 เจสซี ลินการ์ด แทงเจาะเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อเล็กซิส ซานเชซ ไหลเข้ากลาง โรเมลู ลูกากู สับไกด้วยซ้ายแฉลบ อัลฟี มอว์สัน ตุงตาข่าย นับเป็นประตูที่ 100 นับเฉพาะเกมลีก รวมสมัยรับใช้ เชลซี, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และ เอฟเวอร์ตัน สกอร์เกือบไหลนาที 11 ลินการ์ด ชิ่งเร็วออกขวาให้ ลูกากู กดเรียดเล็งเสาไกล ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร ปัดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง 2-0 นาที 20 เจสซี ลินการ์ด จ่ายทะลุตรงกลาง อเล็กซิส แปเรียดหนีมือ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร เสียบมุมด้านซ้าย เกมนี้ต้องบอกว่า ลินการ์ด โดดเด่นสุดๆ ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง เกือบมีชื่อบน สกอร์ชีต นาที 31 รับบอลตอกส้นจาก โรเมลู ลูกากู กระชากแหวก 3 ด่าน แล้วตะบันด้วยขวานอกเขต หลุดกรอบนิดเดียว

สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ยุโรป 3 สมัย หวิดบวกเพิ่ม 2 ครั้ง เริ่มจากนาที 55 ฆวน มาตา ตักโด่งจากกราบขวาลึกมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู โหม่งชงให้ อเล็กซิส ซานเชซ สะบัดจ่อๆ ข้ามคาน ต่อมานาที 57 พอล ป็อกบา หยอดมาที่ว่างตรงเขตโทษฝั่งขวาให้ มาตา กลับตัว 360 องศา วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัดโด่งเกินไป

สวอนซี ซิตี น่าตีไข่แตกแบบสุดๆ นาที 60 มาร์ติน โอลส์สัน เปิดโค้งๆ จากริมเส้นด้านซ้ายให้ แทมมี อบราฮัม ตัวสำรอง ยิงตามน้ำด้วยซ้าย ดาบิด เด เคอา นายทวาร ปัดออกหลัง เข้าสู่นาที 78 “ปิศาจแดง” หวิดตอกฝาโลง พอล ป็อกบา วางบอลยาวจากซ้ายมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู พักอกแล้วแปยัดด้วยซ้าย ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี ทิ้งตัวบล็อกไว้ได้

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 68 แต้ม จาก 31 นัด แซง ลิเวอร์พูล กลับขึ้นอันดับ 2 แต่ลงสนามน้อยกว่า ขณะที่ สวอนซีฯ มี 31 แต้ม เท่าเดิม จาก 31 นัด อยู่อันดับ 14 ห่างโซนตกชั้น 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , วิคเตอร์ ลินเดลอฟ , คริส สมอลลิง , แอชลีย์ ยัง , เนมันยา มาติช , พอล ป็อกบา , ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด , อเล็กซิส ซานเชซ , โรเมลู ลูกากู

สวอนซี ซิตี : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี , ไมค์ ฟาน เดอร์ ฮูร์น , เฟเดริโก เฟร์นานเดซ , อัลฟี มอว์สัน , ไคล์ นอฟตัน , แอนดี คิง , คี ซุง ยอง , ซามูเอล คลูคัส , มาร์ติน โอลส์สัน , นาธาน ดายเออร์ , อังเดร อายิว

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18 ประจำวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม
วัตฟอร์ด 2-2 บอร์นมัธ
[1-0 กิโก เฟเมเนีย น.13 , 1-1 โจชัว คิง (จุดโทษ) น.43 , 2-1 โรแบร์โต เปเรย์รา น.49 , 2-2 เจอร์เมน เดโฟ น.90+2]

เวสต์บรอมฯ 1-2 เบิร์นลีย์
[0-1 แอชลีย์ บาร์นส น.22 , 0-2 คริส วูด น.73 , 1-2 ซาโลมอน รอนดอน น.83]

นิวคาสเซิลฯ 1-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ
[1-0 อโยซี เปเรซ น.80]

ไบรจ์ตันฯ 0-2 เลสเตอร์ ซิตี
[0-1 บิเซนเต อิบอร์รา น.83 , 0-2 เจมี วาร์ดี น.90+6]

เวสต์ แฮมฯ 3-0 เซาแธมป์ตัน
[1-0 เจา มาริโอ น.13 , 2-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.17 , 3-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.45+4]

เรือ บุกอัดทอฟฟี่ เกมหน้าลุ้นสยบผีพร้อมซิวแชมป์

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่อคว้าแชมป์ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เอาชนะ “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน แบบไร้ปัญหา 3-1 จากประตูของ เลรอย ซาเน, กาเบรียล เฆซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่สนาม กูดิสัน ปาร์ก คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
เอฟเวอร์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ขาด เซร์คิโอ อกูเอโร ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง , กาเบรียล เฆซุส และ เลรอย ซาเน ล่าตาข่าย เอฟเวอร์ตัน ที่มี เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี และ ธีโอ วัลคอตต์ เป็นทีเด็ดแนวรุก

แมนเชสเตอร์ ซิตี ใช้เวลาแค่ 4 นาที ขึ้นนำ 1-0 เอย์เมอริค ลาปอร์ต ไหลมาสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ ดาบิด ซิลบา ตักโด่งลึกถึงเสาสอง เลรอย ซาเน วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัด ตาข่ายแทบขาด สกอร์ไหลเป็น 2-0 นาที 12 ซาเน กระดกมาที่ว่างด้านขวา เควิน เดอ บรอยน์ ตวัดใส่พานให้ กาเบรียล เฆซุส โขกจ่อๆ

เอฟเวอร์ตัน ได้เสียวเล็กน้อย นาที 19 เลจ์ตัน เบนส์ ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายข้างถนัด บอลโค้งข้ามกำแพงหลุดกรอบนิดเดียว เข้าสู่นาที 37 ซิตี ขยับหนีเป็น 3-0 ดาบิด ซิลบา จ่ายเรียดจากซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แปย้อนศรเสียบมุม

สู้กันต่อครึ่งหลัง “เดอะ ซิตีเซ็นส์” คุมเกมอยู่หมัด หวิดบวกเพิ่มนาที 56 แฟร์นันดินโญ ตะบันด้วยขวา ระยะประมาณ 30 หลา แฉลบเปลี่ยนทาง จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร หลงไปแล้ว แต่ยังทิ้งตัวปัดไว้ทัน เข้าสู่นาที 63 ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ จุดประกายความหวัง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ไหลออกซ้ายให้ ยานนิค โบลาซี โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ สับไกนอกเขตเช็ดโคนเสาแรก ไล่มาเป็น 1-3 จากนั้นก็แทบไม่มีช็อตหวาดเสียวเกิดขึ้น

จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 84 แต้ม จาก 31 นัด ต้องการชัยชนะเกมถัดไป พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริร่วมเมือง ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม วันที่ 7 เมษายน ก็จะฉลองแชมป์ทันที ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มี 40 แต้ม เท่าเดิม จาก 32 นัด รั้งอันดับ 9

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด , ฟิล จากิลกา , ไมเคิล คีน , เลจ์ตัน เบนส์ , ซีมุส โคลแมน , โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน , มอร์แกน ชไนเดอร์แลง , เวย์น รูนีย์ , เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี , ธีโอ วัลคอตต์

แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , แว็งซองต์ กอมปานี , เอย์เมอริค ลาปอร์ต , นิโคลัส โอตาเมนดี , ดาบิด ซิลบา , แฟร์นันดินโญ , เควิน เดอ บรอยน์ , เลรอย ซาเน , ไคล์ วอล์คเกอร์ , กาเบรียล เฆซุส , ราฮีม สเตอร์ลิง